ผบ.ตร. แถลงข่าวจับกุมตรวจยึด ยาเสพติด มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวจับกุมตรวจยึด ยาเสพติด ในพื้นที่ ภ.3 โชว์ของกลางยาไอซ์กว่า 508 กิโลกรัม มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท

วันนี้ (17 ต.ค.) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมคณะทำงานร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่ ภ.3 ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมนาเสพติดและอาวุธปืนในช่วงก่อนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เนื่องจากมีข้อมูลว่ากลุ่มขบวนการยาเสพติดได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางในการขนส่งลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน

ต่อมาในวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา สภ.สีดา จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด และได้ตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หลังคาแครี่บอย แสดงอาการพิรุธโดยไม่ยอมเข้าจุดตรวจ และได้กลับรถเพื่อทำการหลบหนี ก่อนถึงจุดตรวจดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตาม ซึ่งทางสภ.สีดาได้ประสานไปยังสภ.ต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง

กระทั่งเวลา 12.50!น. ของวันที่ 16 ต.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ได้รับแจ้งว่าพบรถยนต์ลักษณะเดียวกันกับที่ได้แจ้งข้อมูลไว้จอดทิ้งบริเวณข้างวัดหนองเซียงโข่ ต.กุดจอก อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา และได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าบริเวณใกล้เคียงพบชายไทยไม่ทราบชื่อ 2 คน ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้น

จากการตรวจค้นรถยนต์ดังกล่าว พบยาเสพติดประเภทสานไอซ์ในรูปแบบแท่งขนาด 1 กก. จำนวน 508 แท่ง บรรจุอยู่ในกระสอบถุงปุ๋ย จำนวน 11 ถุงซุกซ่อนไว้ในแคบและกระบะหลังคาแครี่บอย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาลุดสอบสวนพบชายต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลังว่า นายทินกร ค่อมสิงห์ อายุ 30 ปี หลังตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด

นายทินกร รับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายบี (ไม่ทราบนามสกุล) รับจ้างจากนายทุนยาเสพติดให้ขับรถยนต์บรรทุกยาเสพติดดังกล่าวจากจังหวัดนครพนม โดยยังไม่รู้จุดหมายปลายทาง เนื่องจากนายทุนสั่งว่าให้ขับรถไปตามเส้นทางเป็นระยะๆ ซึ่งเบื้องต้นได้รับค่าจ้างในการขนส่ง 20,000 บาท

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายบี และนายทุนยาเสพติดที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป โดยของกลางดังกล่าวหากนำไปจำหน่ายให้กับผู้เสพจะมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

ไม่รอด! ทาสยาใช้รูป ‘สมเด็จฯโต’ คลุมร่างหวังล่องหน

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอสัตหีบ ได้บุกเข้าจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี

ผู้ต้องหาเสพยาเสพติด และมีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติด ในบ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่ 5 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แต่ผู้ต้องหาเกิดไหวตัวทันวิ่งหลบหนีเข้าไปซุกซ่อนในตัวบ้าน เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันออกค้นหาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภายในตัวบ้านทั้งสองชั้นเต็มไปด้วยขยะที่กระจัดกระจายกลาดเกลื่อนทั่วพื้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ลดละความพยายามการค้นหายังคงดำเนินต่อไป กระทั่งพบตัว นายเอ หลบซ่อนตัวอยู่ใต้กองขยะ พร้อมนำรูปภาพ สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี มาคลุมทับร่างกายไว้ เพื่อหวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บังตาให้แคล้วคลาดจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ช่วยเหลือคนผิด เปิดทางให้ได้พบและจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด

และเนื่องจากในตัวบ้านเต็มไปด้วยขยะ ทำให้ต้องยอมล้มเลิกภารกิจการค้นหายาเสพติด ที่คาดว่ายังหลงเหลือหรือซุกซ่อนอยู่ เพราะหากค้นต่อ ต้องใช้เวลาหลายวัน จึงได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ และดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้เพียงข้อหาเสพยาบ้า ในส่วนที่ต้องปกปิดตัวตนของ นายเอ เนื่องจากผู้ต้องหาอาสาจะเป็นสายลับขยายผลจับกุมเอเยนต์ให้กับทางการ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Mono29

ปค.บางบัวทองจับแก๊งวัยรุ่นค้ายาส่งขายกทม.

ฝ่ายปกครองบางบัวทอง จับแก๊งวัยรุ่นค้ายาเสพติด ส่งขาย กทม. ยึดยาไอซ์ 50 กรัม พร้อมอาวุธปืนนายภูวริน บุญภูพันธ์ตันติ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. อ.บางบัวทอง และ ร.อ.ธิติศักดิ์ จ้ำดำ หัวหน้าชุด รส.ปตอ.พัน 7 ร่วมกันจับกุมตัว นายบุญเฉลิม หรือ เจมส์ งามอภิศักดิ์ กับพวก รวม 4 คน%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b2

พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 50 กรัม อาวุธปืน โดยจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนกาญจนาภิเษก หมู่ 12 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรีสืบเนื่องจากได้มีประชาชนร้องเรียนว่ามีแก๊งวัยรุ่นผู้ค้ายาเสพติดจาก อ.บางกรวย เข้ามาจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จึงวางแผนล่อซื้อยาเสพติดจากแก๊งวัยรุ่นดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่ายาเสพติด

ที่นำมาจำหน่ายเมื่อได้เงินก็นำไปแบ่งกันและเป็นค่าใช้จ่าย โดยทั้งหมดจะรับยาเสพติดมาจากผู้ค้ารายอื่นอีกทีหนึ่งและนำไปส่งขายต่อในเขต อ.บางกรวย บางบัวทอง และพื้นที่ กทม. โดยเพิ่งจะเริ่มทำมาได้ไม่นานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ อ.บางบัวทอง ได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คน จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ค้ายาเสพติดที่ผู้ต้องหารับมาจำหน่ายจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทำการจับกุมต่อไป